พินัยกรรมของเบโทเฟน

posted on 15 May 2012 16:32 by violinistmtro

พินัยกรรมของเบโทเฟน .... ก็อปมาให้อ่านกันจ้า :)

 

credit : facebook (ไม่ทราบที่มาก่อนหน้านั้น) 

 

 

 

" ผู้ที่ติเตียนว่าข้าพเจ้าหน้าตาบูดบึ้ง โมโหร้ายและเกลียดชังเพื่อนมนุษย์ไปทั่วนั้น โปรดอย่าเข้าใจเช่นนั้นเลย ไม่มีใครรู้ซึ้งหรอกว่าเพราะเหตุใด ชีวิตและจิตใจของข้าพเจ้ามุ่งหวังแต่สิ่งดีงามมาโดยตลอด แต่โปรดคิดดูเถิดว่า ตลอด 6 ปีที่ผ่านมา ข้าพเจ้าต้องพานพบกับเคราะห์กรรมที่นับวันก็ไม่มีทางแก้ไข แพทย์แต่ละคนพยายามมาแล้วอย่างไร้ความหมาย ล้วนล่อหลอกให้ข้าพเจ้าหวังอย่างลมๆแล้งๆเรื่อยมาว่ามีทางแก้ไข แต่ในที่สุดก็พ่ายแพ้กันไป และกลับมาปลอบใจให้ข้าพเจ้ายอมรับกับความสิ้นหวัง

ข้าพเจ้าเกิดมาพร้อมกับคุณสมบัติที่ร่าเริง กระตือรือร้น และชอบพบปะสนุกสนานกับผู้คนในสังคม แต่เคราะห์กรรมก็ทำให้ต้องกลายมาเป็นคนเก็บตัวเงียบเชียบอยู่คนเดียวอย่างอ้างว้าง บางครั้งข้าพเจ้าพยายามทำเป็นไม่ใส่ใจกับเหตุร้ายที่เกิดขึ้น และพาตัวเองเข้าพบปะผู้คน ทว่าก็ยิ่งขมขื่นปวดร้าวใจ เพราะได้รับประสบการณ์ที่กลับมายืนยันถึงความพิการของตนเอง และข้าพเจ้าก็อับอายเกินกว่าจะกล้าบอกกับผู้คนรอบข้างว่า  " ได้โปรดเถิด พูดดังอีกนิด ตะโกนเลยก็ได้เพราะฉันมันคนหูนวก "  ข้าพเจ้ายังทำใจไม่ได้ว่าตนเองหูหนวก หู...ประสาทแห่งการรับฟังซึ่งข้าพเจ้าควรจะมีอย่างสมบูรณ์ และข้าพเข้าก็เคยมีมาอย่างสมบูรณ์ยิ่งกว่าผู้ใด เห็นใจเถิด ข้าพเจ้าอับอายที่จะให้ใครๆรู้ โปรดอย่าติเตียนเลยหากเห็นข้าพเจ้าปลีกตัวไปจากผู้คนราวกับชิงชังใครต่อใครเสียเต็มประดา เพราะการเข้าใจผิดเช่นนี้ก็ยิ่งเพิ่มความปวดร้าวแก่ข้าพเจ้าทวีคูณ

ข้าพเจ้าสูญเสียหมดสิ้นแล้วซึ่งความมั่นใจในการเข้าสังคมและความสนุกสนานเพลิดเพลินใจจากการสังสรรระหว่างเพื่อนมนุษย์ ถูกตัดขาดให้อยู่เพียงลำพัง ต่อเมื่อมีเหตุการณ์จำเป็นจริงๆเท่านั้นหรอก ข้าพเจ้าจึงสามารถรวบรวมความกล้าเพื่อติดต่อกับผู้คนได้ แต่เมื่อวาระมาถึงครั้งใด ก็หวาดหวั่นทุรนทุรายใจไปหมดว่า ผู้คนจะรู้กันทั่วว่าข้าพเจ้าพิการ ซึ่งนั่นก็เป็นประสบการณ์ที่ข้าพเจ้าได้รับตลอดมาในระยะเวลา6เดือนที่ผ่านมา ขณะพยายามเก็บตัวพักผ่อนอยู่ในชนบทตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อหวังว่าโสตประสาทจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่

แต่บางครั้งบางคราวข้าพเจ้าก็อดไม่ได้ที่จะพบปะกับผู้คนบ้าง และก็ทุกครั้งไปที่ข้าพเจ้าถูกกดดันให้รู้สึกต่ำต้อยลงไป คิดดูเถิด เพื่อนที่ยืนอยู่เคียงข้างบอกว่า เขาได้ยินเสียงขลุ่ยไพเราะลอยลมมาแต่ไกล หรือเขาได้ยินเสียงเด็กเลี้ยงแกะขับลำนำอันไพเราะอยู่ในท้องทุ่ง แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ยินเสียงใดๆทั้งสิ้น เหตุการณ์เหล่านี้ล้วนทำให้ข้าพเจ้าใกล้ความสิ้นหวังเข้าไปทุกที อีกเพียงนิดเดียวข้าพเจ้าก็คงปลิดชีวิตตนเองลงได้ง่ายๆ

แต่ยัง ข้าพเจ้ายังจบชีวิตลงไม่ได้จนกว่าจะได้สร้างสรรค์งานไว้จนกว่าจะรู้สึกพอใจและเสร็จสิ้นภารกิจ "ศิลปะ" เป็นสิ่งเดียวที่ดูจะทำให้ชีวิตบรรเทาความบัดซบลง

ยามนี้ข้าพเจ้ามี "ความอดทน"  เป็นเสมือนตะเกียงส่งนำชีวิต เหตุร้ายจะเป็นเช่นไรก็ตาม ดีขึ้นหรือไม่ ข้าพเจ้าพร้อมแล้วที่จะเผชิญ ไม่มีทางคิดเป็นอย่างอื่น ดูสิ ตั้งแต่อายุเพียง28ปี ข้าพเจ้าก็ถูกโชคชะตาชักนำให้ต้องคิดและรู้สึกราวกับปราชญ์ผู้คงแก่เรียน ไม่มีใครรู้หรอกว่ามันยากแสนเข็ญเพียงใดที่จำเป็นต้องคิดให้ได้เช่นนี้

พระผู้เป็นเจ้าทรงล่วงรู้จิตใจของข้าพเจ้าดีกว่า หัวใจดวงนี้เปี่ยมไปด้วยความรักต่อเพื่อนมนุษย์และใฝ่ดีเพียงใด ส่วนเพื่อนมนุษย์ทั้งหลายของข้าพเจ้า หากวันใดที่ได้อ่านจดหมายนี้ระลึกไว้เถิดว่าพวกท่านเข้าใจข้าพเจ้าผิด และขอให้เข้าใจว่า ไม่ว่าข้าพเจ้าจะพานพบอุปสรรคทางกายเพียงใด ข้าวพเจ้าก็พยายามทุกวิถีทางแล้ว ที่จะเป็นมนุษย์และศิลปินที่รักศักดิ์ศรีและเกียรติยศของตนอย่างดีที่สุด

น้องชายทั้งสอง คาร์ลและโยฮันน์ วันใดที่ฉันตายลงและหากศาสตราจารย์ชมิดท์ยังมีชีวิตอยู่ ขอร้องให้ท่านเป็นผู้แถลงเรื่องการเจ็บป่วยของฉัน เพื่อผู้คนทั้งหลายจะได้เข้าใจและเห็นใจหลังจากฉันหาชีวิตไม่แล้ว ส่วนทรัพย์สมบัติที่มีอยู่เล็กน้อยนั้นขอยกให้เจ้าทั้งสอง จงแบ่งทรัพย์สินกันให้ดีและช่วยเหลือซึ่งกันและกัน สิ่งทั้งหลายที่เคยคิดและทำด้วยความเป็นปฏิปักษ์ต่อฉันนั้น เจ้าคงรู้ดีว่าฉันยกโทษให้นานแล้ว และขอขอบใจมากสำหรับคาร์ล ที่มห้ความใกล้ชิดสนิทสนมกับฉันระยะหลังๆนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเจ้าคงมีชีวิตที่ดีกว่าและไม่เหน็ดเหนื่อยเป็นกังวลเท่าฉัน

สั่งสอนลูกของเจ้าให้ดี ให้ยึดมั่นในคุณความดีสิ่งนี้สิ่งเดียวเท่านั้นที่จะนำความสุขมาให้ มิใช่ทรัพย์สินเงินทอง คุณความดีนี้เองที่ยกชีวิตของฉันให้รอดปลอดภัยจากความทุกข์ยากทั้งหลาย และทั้ง "ความดีงาม" และ "ศิลปะ" นี่เอง ที่ช่วยให้ฉันมิได้คิดสั้นทำลายชีวิตตนเองลง ลาก่อนน้องชายที่รักทั้งสองคน จงรักกันมากๆ และช่วยขอบคุณเพื่อนทั้งหลายของฉันด้วย โดยเฉพาะเจ้าชายลิคนาวสกีและศาสตราจารย์ชมิดท์ ช่วยดูแลรักษาเครื่องดนตรีที่เจ้าชายให้แก่ฉันเอาไว้ด้วย แต่ถ้าวันใดจำเป็นต้องใช้ขึ้นมา ก็จงชายมันไปเถิดฉันอนุญาต

มาเถิดความตาย ขอต้อนรับท่านด้วยความยินดี แม้ข้าพเจ้าจะปรารถนาจะมีชีวิตต่อเพื่อสร้างสรรค์งานให้สมบูรณ์ แต่หากท่านต้องมาเยือนก่อนเวลาอันสมควร ข้าพเจ้าก็ยินดีพบกับท่านในสาระนั้นเมื่อหลีกเลี่ยงมิได้ เพราะท่านมิใช่หรือที่จะช่วยปลดให้ข้าพเจ้าพ้นจากบ่วงแห่งความทุกข์ทรมานนี้

ลาก่อนน้องชายทั้งสอง เมื่อฉันตายแล้วก็ระลึกถึงฉันบ้าง เพราะยามมีชีวิตอยู่ ฉันก็เป็นพี่ที่ระลึกและพยายามให้แต่ความสุขแก่ข้าพเจ้าเสมอมา ขอจงมีความสุขตลอดไปเถิด "

 

 

 

                                                                                   ลุดวิด ฟาน เบโทเฟน

                                                                                       ไฮลิกเก็นชตัดท์

                                                                                       6 ตุลาคม 1802